THE RED WAR

THE RED WAR

THE RED WAR ศึกสงครามแดงเดือด แดนสยาม

THE RED WAR : ศึกวันแดงเดือดในไทย ผลออกมา แมนฯ ยูไนเต็ด 4-0 ลิเวอร์พูล: เป็นเกมแรกของ Erik ten Hag จบลงด้วยชัยชนะแบบสวยหรู Erik ten Hag สนุกกับการเริ่มต้นการเป็นผู้ชนะ

ในเกมศึกแห่งศักดิ์ศรี ของ 2 ทีมนี้ ในฐานะตำแหน่งผู้จัดการทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เนื่องจากทำได้ถึงสามประตู ในครึ่งแรก ทำให้ทีมของเขาประสบความสำเร็จ อย่างน่าประทับใจ

จบลงด้วยชัยชนะอันน่าทึ่ง 4-0 เหนือคู่แข่ง หงส์แดงลิเวอร์พูล ในกรุงเทพฯ ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อหน้าแฟนบอลชาวไทย 50,248 ชีวิต

ทั้งสองทีม ทั้งสาวกแฟน ผี และ หงส์ ในประเทศไทยได้แบบสนุก จบเกมส์ที่ 4-0 ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล สองทีมคู่ปรับเปิดฉากทำศึกวันแดงเดือดที่กทม. งานนี้บอกได้เลยว่า

"เอริค เทน ฮาก" กุนซือคนใหม่ของ ผีแดง เปิดตัวได้สวยด้วยการพาทีมถล่ม หงส์แดง ของ "เจอร์เก้น คล็อปป์ "ไปได้อย่างขาดลอยอย่างน่าเหลือเชื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะไปอย่างขาดลอย จาก 4 นักเตะ ฝีเท้าของผีแดง "เจดอน ซานโช่" , "เฟร็ด" ,"อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล" และ "ฟาคุนโด้ เปยิสตรี้ "

ซึ่งตรงนี้ กุนซือชาวดัตช์มีความหวังว่าสกอร์ที่ชนะอย่างขาดลอย จะเป็นขุมกำลังสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นของดาวเตะดาวรุ่งวัยละอ่อน ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นอนาคตของสโมสร ต่อไป

ทางด้านหงส์แดง เป็นทีมที่แพ้ ได้ส่งตัวสำรองลงสนามในช่วงครึ่งแรก ส่วนกุนซือชาวเนเธอร์แลนด์ของผีแดงได้ส่งนักเตะชุดใหญ่ลงสนามกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มาในระบบ 4-2-3-1 สวนทางกับ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ซึ่งเลือกใช้งานดาวรุ่งหลายรายอย่าง

"ไอแซ็ค มาบาย่า "," ลุค แชมเบอร์ส" , "ไทเลอร์ มอร์ตัน" และนักเตะใหม่ "ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ "ผสมผสานกับตัวหลักอย่าง "อลิสซง ", "จอร์แดน เฮนเดอร์สัน" , "หลุยส์ ดิอาซ" และ "โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่" เป็นเรื่องที่เสี่ยงมากอยู่แล้วที่เลือกใช้งานนักเตะหนุ่มตัวสำรอง

ในเกมใหญ่ แม้จะเป็นแค่เพียงนัดกระชับมิตรก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเขาจึงได้รับโอกาส ในเกมปรีซีซั่น แต่ในเวลาครึ่งชั่วโมงแรก หงส์แดง เสียประตูไปมากถึงสามประตู โดยเม็ดที่สองเป็นความผิดพลาดของ โกเมซ ซะด้วยเนื่องจากเคลียร์บอลไม่ขาดไปเข้าทาง เฟร็ด

อย่างไรก็ดี ในเกมแดงเดือด เขาพิสูจน์ตัวเองได้อีกครั้งจากการทำประตูที่สามให้ ปีศาจแดง ในจังหวะหลุดไปชิพบอลข้ามตัว อลิสซง จนทำเอากองเชียร์ เร้ด อาร์มี่ ในสนามดี๊ด๊าเสียงดังทั่วสนามกันยกใหญ่ ด้วยการยืนยันว่าสโมสรไม่ต้องการ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อีกแล้ว

มีช่วงหนึ่งทีมหงส์น่าจะทำประตูได้ แต่น่าเสียดายของการเล่นฟุตบอลในนัดนี้ ซึ่งระหว่างนั้น คาร์วัลโญ่ และ หลุยส์ ดิแอซ ผู้เล่นหน้าใหม่ ลิเวอร์พูลที่บุกมาอย่างน่ากลัว ซึ่งยิงบอลติดเสาก็เด้งกลับอย่างง่ายดาย ทั้งคู่ก็ยิงได้แค่เสา

เท่าที่ผ่านมา โกเมซ เป็นตัวเลือก ในอันดับสุดท้ายของตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเขาเป็นรองทั้ง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ , โฌแอล มาติป และ อิบราฮิมา โกนาเต้ และด้วยขุมกำลังอย่าง ไอแซ็ค มาบาย่า , ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ และ ฯลฯ

เร้ด แมชีน จึงโดนถล่มเละ ถึงสามแผลก่อนที่ คล็อปป์ จะเปลี่ยนตัวแบบยกชุดใหญ่ลงมา และทำให้ทีมต่อต่อสู้กับ ผีแดง ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น ถึงตรงนี้ กุนซือด๊อยทช์จึงต้องหวังว่าสกอร์ที่พ่ายแพ้อย่างขาดลอย จะไม่บั่นทอนความเชื่อมั่นของดาวเตะวัยละอ่อน ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นอนาคตของสโมสร

นอกจากนี้ ดาบิด เด เคอา ยังจำเป็นต้องเซฟ 4 ครั้ง ซึ่งรวมถึง 1 ครั้งที่ต้องปฏิเสธลูกยิงของ นูเนซ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวสำรองชุดสุดท้ายของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขายังมี รวมถึง โม ซาลาห์ ที่ม้วนตัวยิงชนเสา ในช่วงท้ายเกมศึกแดงเดือดแห่งสยาม

ถ้าหากท่านชอบกีฬาฟุตบอลต่างประเทศ สนใจข่าวตลาดนักเตะอัพเดทล่าสุด ท่านสามารถเข้ามาอ่านหรือรับชมติดตาม ข่าวฟุตบอลวันนี้ ได้ที่ talk2sport.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น